กลางศตวรรษที่ 19
ปรัชญาและแนวคิดศิลปศึกษา
เป็นยุคแรกเริ่มในการวางรากฐานของศิลปะ ช่วงต้นเน้นในการสอนวาดเส้น (Drawing) เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมแขนงต่าง ๆ มีการเกิดของโรงเรียนสอนศิลปะที่มากขึ้น และมีการบรรจุหลักสูตรศิลปะแบบบังคับลงในสถานศึกษา ในช่วงหลังเริ่มมีการปรับให้ผู้เรียนกลายเป็นศูนย์กลางทางการเรียนรู้ แทนที่การเรียนรู้แบบที่ตัวครูเป็นศูนย์กลาง”
- ช่วงของการเริ่มแนวคิดพิพัฒนาการ/พิพัฒนนิยม
- ช่วงความเคลื่อนไหวทางวิทยาศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
- แนวคิดเรื่องหลักสูตรศิลปศึกษา :
- แนวคิดของ Ralph W. Tyler
- แนวคิดของ John Dewey
แนวคิดศิลปะศึกษาในช่วงศตวรรษที่ 21ศิลปะศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้นเป็นไปตามแนวคิด Postmodernism (หลังสมัยใหม่นิยม) ซึ่งมีแนวคิดที่เน้นถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อมั่นตามแนวคิดและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกันนอกจากนี้ยังเป็นไปตามทฤษฎี Structuralism (โครงสร้างนิยม) ที่เชื่อว่าความสัมพันธ์ทางสังคมเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม
การศึกษาไทยสมัยโบราณเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมไทย การศึกษานับเป็นกลไกหลัก ที่ช่วย สร้างคนและปลูกฝังคุณธรรมในหมู่ประชาชน รวมทั้งเป็นเครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอำนาจ ความเชื่อ และวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย การศึกษาของไทยในอดีตมีพัฒนาการต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ผ่านกรุงศรีอยุธยา และรัตนโกสินทร์ตอนต้น
การตั้งโรงเรียนตามแบบตะวันตก, การสอนศิลปหัตถกรรม, การบรรจุศิลปะในหลักสูตร
การจัดการเรียนการสอนศิลปะในประเทศไทยนั้น ช่วงแรกได้รับอิทธิพลมาจากยุโรปเนื่องจากระบบการศึกษาเป็นไปตามแนวคิดของยุโรป ต่อมาเมื่อสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทในโลกเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับบุคคลสำคัญในประเทศได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา
ประเทศไทยมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2542)
แนวคิดปฏิรูปนิยมหลังสมัยใหม่/หลังสมัยใหม่นิยม (C) เป็นแนวคิดที่แสดงให้เห็นถึงความ เคลื่อนไหวจากวงการศิลปะที่มีผลกระทบต่อสังคม เช่น สถาปัตยกรรม ดนตรี ภาพยนตร์ วรรณคดี สังคม วิทยา สื่อสารมวลชน แฟชั่น เทคโนโลยี เป็นต้น แนวคิดนี้เริ่มมีขึ้นประมาณปี 1960 เป็นแนวคิดที่แตกต่างไป จากแนวคิดสมัยใหม่ (Modern) ซึ่งรับอิทธิพลมาจากศตวรรษที่ 17 ถึง 19 จึงมีแนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎี หลักการสมัยโบราณ สำหรับแนวคิดปฏิรูปนิยมหลังสมัยใหม่นั้นได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความเป็น ท้องถิ่น ความมีเหตุผล ตรรกะที่กระทำผ่านเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย
- ยุคต้นศตวรรษที่ 20 (1900s–1930s): แนวคิดของ John Dewey เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning by Doing) และการเชื่อมโยงศิลปะกับชีวิตประจำวัน
- ทศวรรษ 1970–1980: David Kolb พัฒนา ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) ต่อจากแนวคิดของ Dewey, Piaget และ Rogers
- ทศวรรษ 1980–1990: Howard Gardner เสนอ ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ซึ่งส่งผลให้ศิลปะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาสมองหลายด้าน
- ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน: แนวคิดของ Elliot Eisner และ Liora Bresler ขยายไปสู่การบูรณาการศิลปศึกษาในหลักสูตรแบบ DBAE และ Arts Integration เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างองค์รวม
- ศตวรรษที่ 21: การเรียนรู้ศิลปะเชื่อมโยงกับ STEAM Education, Project-Based Learning และ Holistic Approachเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยั่งยืนในสังคม
ความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของนักปฏิรูปนิยมหลังสมัยใหม่นั้น เริ่มแสดงให้เห็นจากการประชุมสัมมนานานาชาติด้านศิลปศึกษา (The World Conference on Arts Education) ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ปี 2006 เรื่องแผนที่ทางการศึกษา (Road Map) โดยเน้นการพัฒนาบุคคลให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์สำหรับสังคมในศตวรรษที่ 21 และการศึกษาเชิงวิพากษ์และการสะท้อนตัวตนผ่านศิลปะ ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ William F. Pinar