ศิลปศึกษากับสหวิทยาการ
และการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ช่วงเวลา
แนวคิดทางศิลปศึกษาเริ่มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบัน
- ยุคต้นศตวรรษที่ 20 (1900s–1930s): แนวคิดของ John Dewey เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning by Doing) และการเชื่อมโยงศิลปะกับชีวิตประจำวัน
- ทศวรรษ 1970–1980: David Kolb พัฒนา ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) ต่อจากแนวคิดของ Dewey, Piaget และ Rogers
- ทศวรรษ 1980–1990: Howard Gardner เสนอ ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ซึ่งส่งผลให้ศิลปะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาสมองหลายด้าน
- ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน: แนวคิดของ Elliot Eisner และ Liora Bresler ขยายไปสู่การบูรณาการศิลปศึกษาในหลักสูตรแบบ DBAE และ Arts Integration เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างองค์รวม
- ศตวรรษที่ 21: การเรียนรู้ศิลปะเชื่อมโยงกับ STEAM Education, Project-Based Learning และ Holistic Approachเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยั่งยืนในสังคม
ชื่อนักปรัชญา นักการศึกษา
John Dewey : เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Learning by doing)
David Kolb : พัฒนาแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning)
Howard Gardner : ผู้พัฒนาทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) สนับสนุนการเรียนรู้ศิลปะหลากหลายมิติ
Elliot Eisner : ผู้เสนอแนวทางศิลปศึกษาแบบมีโครงสร้าง (DBAE – Discipline-ดี Based Art Education)
Liora Bresler กล่าวว่า หลักสูตรแบบบูรณาการด้านศิลปะเป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลมาจากการศึกษาแบบพิพัฒนาการ/พิพัฒนนิยมในการออกแบบหลักสูตรเพื่อทำให้ผู้เรียนและครูสามารถเชื่อมโยงกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มีลักษณะของการบูรณาการ ซึ่งมีประโยชน์ และทำให้เกิดประสิทธิภาพตามหลักของการบูรณาการคือการบูรณาการด้านเนื้อหาโครงสร้างวิธีการสอนให้กับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน
รัตนะ บัวสนธ์ กล่าวถึง วิธีวิทยาการการวิจัยหรือการเกิดเนื้อหาของศาสตร์ใหม่ได้แก่การบูรณาการแบบสหวิทยาการ (interdisciplinary) เป็นการนำเนื้อหาของสาขาวิชาต่างๆมาใช้ในการสอนในเรื่องเดียวกันเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่แต่ยังคงเนื้อหาเดิมแบบ
พหุวิทยาการ (Multidisciplinary) เป็นการนำเนื้อหาของแต่ละศาสตร์มาใช้ในการสอนร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความต่างของศาสตร์หลายสาขาวิชา แบบเปลี่ยนผ่านวิทยาการ (Transdisciplinary) เป็นการนำเนื้อหาของสาขาวิชาต่างๆมาผสมผสานหลอมรวมให้เป็นเนื้อหาเดียวกันใหม่โดยเป็นรายวิชาใหม่ที่มีเนื้อหารวมเป็นเนื้อหาใหม่
สรุปหลักการสำคัญของปรัชญานั้น
-การเรียนรู้ ควรยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านประสบการณ์ตรง
-ศิลปะเป็นเครื่องมือพัฒนาทั้ง สติปัญญา อารมณ์ จินตนาการ และสังคม
-การบูรณาการศิลปะกับวิชาอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี (STEAM) เพื่อพัฒนาการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
บุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับศิลปศึกษาและศิลปะ
-Herbert Read – มองว่าศิลปศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของมนุษย์
-Rudolf Arnheim – ผู้เขียน Visual Thinking สนับสนุนการใช้การมองเห็นและความคิดเชิงภาพ
-Elliot Eisner – เน้นการเรียนรู้ศิลปะเป็นระบบ (DBAE)Discipline-Based Art Education บูรณาการศิลปะ 4 แขนง คือ ประวัติศาสตร์ศิลป์ สุนทรียศาสตร์ ศิลปะวิจารณ์ และศิลปะปฏิบัติ
-นักการศึกษาไทย เช่น มะลิษา เอื้ออาภรณ์ และ ขนบพร แสงวิช ที่นำแนวคิดศิลปศึกษาไปประยุกต์ในบริบทไทย
-โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) นักคิดทฤษฎีพหุปัญญา การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา เป็นการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนในลักษณะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสาระการเรียนรู้และความสามารถทางการเรียนรู้ที่มีอยู่ในตัวผู้เรียน
-Robin Fogarty (1991: 24) และ Robin J. Fogarty and Judy Stoehr (1995: 21-40) นำเสนอหลักสูตรแบบบูรณาการที่บูรณาการร่วมกันกับแนวคิดพหุปัญญาของ Gardner ไว้เป็นกรอบสำหรับการบูรณาการหลักสูตร 10 รูปแบบ นำเสนอเป็นลายเส้น เป็นการพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการบูรณาการผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการการทำงานร่วมกันในชั้นเรียนรวมถึงการทำงานเขียนร่วมกับ Gardner และสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการในการศึกษาได้
(Don H. Krug and Nurit Cohen-Evron (2000) ได้ศึกษาถึงความท้าทายของศิลปกรรมศาสตร์สู่การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาโดยนำเสนอแนวทางของศิลปศึกษากับหลักสูตรแบบบูรณาการไว้ 4 แบบ คือ
1) ใช้ศิลปกรรมเป็นทรัพยากรสำหรับสาขาวิชาอื่น
2) ขยายการบริหารจัดการศิลปกรรมให้กว้างขึ้น
3) ตีความรายวิชา ตามความคิดและสาระสำคัญในลักษณะของการทำงานศิลปกรรม
4) ทำความเข้าใจในประเด็นใหม่ ๆ ตามแนวทางการใช้ชีวิต
ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้นำมาใช้ในการบูรณาการศิลปกรรมศาสตร์ในหลักสูตรสำหรับเด็กและมีการนำไปใช้ในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
-Liora Bresler (1995) กล่าวถึง รูปแบบของการบูรณาการการสอนศิลปะร่วมกับสาขาวิชาอื่นไว้ 4 รูปแบบ คือ
1) การบูรณาการโดยส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Subservient integration) เป็นการใช้ศิลปะในการส่งเสริมรายวิชาอื่น
2) การบูรณาการโดยร่วมมือเท่าเทียมกัน(Co-equal integration)เป็นการนำความงามทางศิลปะไปใช้เป็นส่วนประกอบของรายวิชาอื่น
3) Affective integrationเป็นการให้ความสำคัญของการตระหนักรู้เกี่ยวกับอารมณ์ร่วมกับรายวิชาอื่นอย่างเท่าเทียมกัน
4) การบูรณาการร่วมกันโดยใช้สังคม(Socialintegration) เป็นการนำการศึกษาซึ่งเป็นหน้าที่ทางสังคมไปใช้ร่วมกันโดยสามารถสรุปรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ศิลปะเป็นฐานและมีลักษณะของการบูรณาการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
แนวคิดเรื่องหลักสูตรศิลปศึกษาและศิลปะ
ศิลปะคือการสร้างสรรค์ สุนทรียภาพ วัฒนธรรม การพัฒนา
ศิลปศึกษา การพัฒนาผู้เรียนอย่างองค์รวม เนื้อหาและวิธีการ การพัฒนาทักษะ บูรณาการกับชีวิต
–หลักสูตรศิลปศึกษา → เน้นการพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน โดยใช้ศิลปะเป็นทั้งเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้
–แนวคิดศิลปะ → คือการสร้างสรรค์ แสดงออก และสื่อสาร ที่มีบทบาทต่อมนุษย์ วัฒนธรรม และการพัฒนาสังคม
แนวคิดเรื่องการจัดการเรียนการสอน (การเรียนรู้)
6.1 การจัดการเรียนรู้ศิลปะแบบบูรณาการ (Arts Integration) การจัดการเรียนรู้แบบนี้เป็นการนำศิลปะประเภทต่างๆมาใช้ผสมผสานร่วมกับหลักสูตรเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกและสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายสำหรับผู้เรียนเป็นการเรียนรู้ที่บูรณาการระหว่างการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาทั่วไปกับการนำศิลปะประเภทต่างๆมาใช้ในการจัดการเรียนรู้
6.2 การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงการ (Project Based Learning) การจัดการเรียนรู้แบบนี้มีการกำหนดหัวข้อหรือให้ผู้เรียนเลือกหัวข้อที่สนใจเพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้นำเสนอโครงการและดำเนินโครงการด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ
6.3 การบูรณาการ STEAMเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะอย่างรอบด้าน ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ได้แก่ Science (วิทยาศาสตร์), Technology (เทคโนโลยี), Engineering (วิศวกรรม), Arts (ศิลปะ), Mathematics (คณิตศาสตร์) พื่อให้การเรียนรู้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านความรู้ ทักษะ การเรียนรู้แบบ STEAM เน้นให้ผู้เรียนได้ คิด วิเคราะห์ ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริงโดยนำความรู้จากหลายวิชามาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมที่มีความหมาย ผู้เรียนจึงได้เรียนรู้แบบองค์รวม ไม่แยกเป็นรายวิชา แต่เชื่อมโยงความรู้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
6.4 การจัดการเรียนรู้ศิลปศึกษาแบบบูรณาการ : ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ สำหรับครูศิลปศึกษา ครูศิลปะควรมีความเข้าใจในเนื้อหาของทั้งทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ เพื่อสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการศิลปะทั้งสามแขนงเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมกับผู้เรียน โดยจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง และพัฒนาความเข้าใจในศิลปะแบบองค์รวม การบูรณาการศิลปศึกษาเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาความรู้ ทักษะ สุนทรียะ และความคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนตามแนวคิด Constructivism ทำให้ผู้เรียนสามารถนำศิลปะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และเชื่อมโยงกับวิชาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศิลปะจึงเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
เชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ: กรณีศึกษาโรงเรียน
– โครงการ Art Go Green Workshop ที่สวนสาธารณะศรีนครินทร์สมุทรสาคร ใช้การเรียนรู้แบบโครงการ (Project-Based Learning) โดยนำวัสดุเหลือใช้มาเป็นงานศิลปะ เด็ก ๆ ได้ทั้งสร้างสรรค์งานและเรียนรู้สิ่งแวดล้อม
– โครงการ 3Rs (Reuse, Reduce, Recycle) บูรณาการในหลักสูตรศิลปศึกษาในโรงเรียนไทย ส่งเสริมการออกแบบกิจกรรมศิลปะควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม