การศึกษาสมัยพัฒนา
ประเทศไทยมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2542)
นักปรัชญาการศึกษาไทยได้มีบทบาทสำคัญ ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาแนวคิดทางการศึกษา ทั้งในด้านปรัชญา หลักสูตร วิธีการสอน และการบริหารจัดการศึกษา โดยจะนำเสนอแนวคิดและผลงานของนักปรัชญาการศึกษาไทยที่สำคัญ 5 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล, ศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์, รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์, ศาสตราจารย์ ชลูด นิ่มเสมอ และ อ.ถวัลย์ ดัชนี
นักปรัชญานักการศึกษาไทยในสมัยพัฒนาการ
ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล (พ.ศ.2454-2538)
ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการศึกษาปฐมวัยไทย” ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการศึกษาปฐมวัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้นำความรู้กลับมาพัฒนาการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทย (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, 2520)
ผลงานสำคัญ
หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลได้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลสาธิตแห่งแรกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2475 ซึ่งต่อมากลายเป็นโรงเรียนสาธิตอนุบาล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ท่านได้แปลหนังสือ “The Montessori Method” ของมาเรีย มอนเตสซอรี่ เป็นภาษาไทย และได้นำแนวคิดของฟรีดริช ฟรอยเบล และมาเรีย มอนเตสซอรี่ มาประยุกต์ใช้ในบริบทของสังคมไทย (สุวิมล ว่องวาณิช, 2540)
ปรัชญาและแนวคิดทางการศึกษา
แนวคิดหลักของ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์ตรง โดยเชื่อว่าเด็กปฐมวัยเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและสอดคล้องกับความสนใจของเด็ก ท่านมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา (มาลากุล, 2503)
หม่อมหลวงปิ่นเชื่อว่าครูปฐมวัยควรทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก และสนับสนุนการเรียนรู้ มากกว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แบบทางเดียว ท่านให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย กระตุ้นการเรียนรู้ และเหมาะสมกับวัยของเด็ก (สุวิมล ว่องวาณิช, 2540)
ผลกระทบต่อการศึกษาไทย
แนวคิดของ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้สร้างรากฐานสำคัญให้กับการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทย และส่งผลต่อการพัฒนาหลักสูตรปฐมวัยแห่งชาติในเวลาต่อมา ท่านได้ฝึกอบรมครูปฐมวัยรุ่นแรก ๆ ของประเทศ และสร้างมาตรฐานการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ยังคงใช้เป็นแนวทางจนถึงปัจจุบัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546)
ศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ พ.ศ. 2575
ผู้นำการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น เป็นนักการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนา ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาการศึกษา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อมรวิวัฒน์, 2520)
ผลงานและแนวคิดสำคัญ
ศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ มีแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ท่านเชื่อว่าการศึกษาต้องสอดคล้องกับบริบทของชุมชน และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในท้องถิ่นได้จริง ท่านริเริ่มโครงการศึกษาชุมชนและการศึกษานอกระบบหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาการศึกษาเพื่อชนบท (อมรวิวัฒน์, 2523)
ปรัชญาการศึกษาเพื่อการพัฒนา
แนวคิดหลักของศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ ได้แก่:
- การศึกษาเพื่อการพึ่งพาตนเอง ท่านเชื่อว่าการศึกษาควรมุ่งพัฒนาคนให้มีความสามารถในการดำรงชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ โดยเน้นทักษะอาชีพและการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง (อมรวิวัฒน์, 2525)
- การศึกษาตลอดชีวิต ท่านส่งเสริมแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตและให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นอย่างมาก โดยมองว่าการศึกษาไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน (อมรวิวัฒน์, 2528)
- การศึกษาแบบมีส่วนร่วม ท่านเชื่อในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการศึกษา โดยให้ชุมชนมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมาย เนื้อหา และวิธีการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของตน (วิจารณ์ พานิช, 2535)
มรดกทางการศึกษา
แนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาโครงการศึกษาชุมชนและการศึกษานอกระบบในประเทศไทย ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “มารดาแห่งการศึกษานอกโรงเรียนไทย” และแนวคิดของท่านยังคงมีอิทธิพลต่อนโยบายการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นจนถึงปัจจุบัน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกโรงเรียน, 2540)
รองศาสตราจารย์ ดร. โกวิท วรพิพัฒน์ (พ.ศ. 2475-2540)
ผู้นำจิตวิทยาการศึกษาสู่การปฏิบัติ เป็นนักจิตวิทยาการศึกษา และนักพัฒนาหลักสูตรที่มีชื่อเสียง ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาจิตวิทยาการศึกษา จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำการประยุกต์ใช้จิตวิทยาในการศึกษาไทย (ทิศนา แขมมณี, 2538)
แนวคิดทางจิตวิทยาการศึกษา
ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มีความเชี่ยวชาญในการนำทฤษฎีจิตวิทยาการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและการสอน ท่านให้ความสำคัญกับหลักการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการใช้หลักจิตวิทยาในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน (วรพิพัฒน์, 2518)
ผลงานด้านการพัฒนาหลักสูตร
ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของไทยในหลายยุคสมัย โดยเฉพาะหลักสูตรประถมศึกษา พ.ศ. 2521 และหลักสูตรมัธยมศึกษา พ.ศ. 2521 ท่านได้นำแนวคิดเรื่องจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) และการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร (กระทรวงศึกษาธิการ, 2521)
– หลักการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจธรรมชาติ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ท่านสนับสนุนให้ครูใช้วิธีการสอนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการและรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียน ท่านเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีความหมายเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการเรียนรู้ (วรพิพัฒน์, 2520)
– การพัฒนาครู
ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่านเชื่อว่าครูที่ดีจำเป็นต้องมีความรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา มีทักษะในการจัดการเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (สุวิทย์ มูลคำ, 2540)
ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ (พ.ศ. 2541-2552)
ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน เป็นนักวิชาการด้านหลักสูตรและการสอนที่มีชื่อเสียง ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา และได้เขียนตำราด้านหลักสูตรและการสอนที่เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย (นิ่มเสมอ, 2515)
แนวคิดด้านการพัฒนาหลักสูตร
ศาสตราจารย์ ดร.ชลูด นิ่มเสมอ มีแนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ท่านเชื่อว่าหลักสูตรที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทและความต้องการที่แตกต่างกัน และต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ (นิ่มเสมอ, 2518)
หลักการออกแบบการสอน
ศาสตราจารย์ ดร.ชลูด นิ่มเสมอ พัฒนาแนวคิดเรื่องการออกแบบการสอนที่เป็นระบบ (Systematic Instructional Design) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ผู้เรียน การกำหนดจุดประสงค์ การเลือกกลยุทธ์การสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผล ท่านเน้นย้ำว่าการสอนที่มีประสิทธิภาพต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (นิ่มเสมอ, 2520)
การส่งเสริมการคิดขั้นสูง
ศาสตราจารย์ ดร.ชลูด นิ่มเสมอ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการคิดระดับสูงของผู้เรียน ท่านส่งเสริมให้ครูออกแบบกิจกรรมที่ท้าทายความคิดของผู้เรียน ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ท่านเชื่อว่าการศึกษาไม่ควรมุ่งเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องพัฒนาความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาของผู้เรียน (ทิศนา แขมมณี, 2545)
ผลงานทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร.ชลูด นิ่มเสมอ ได้เขียนตำราและบทความทางวิชาการจำนวนมาก โดยเฉพาะหนังสือ “หลักสูตรและการสอน” ซึ่งเป็นตำราที่ใช้ในการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาอย่างแพร่หลาย ผลงานของท่านได้สร้างรากฐานสำคัญให้กับการศึกษาวิชาหลักสูตรและการสอนในประเทศไทย (นิ่มเสมอ, 2522)
อ.ถวัลย์ ดัชนี (พ.ศ. 2482-2557)
ผู้นำการบริหารการศึกษาและนโยบายการศึกษา นักการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบบริหารการศึกษาไทย โดยเฉพาะในช่วงการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แม้ว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับท่านค่อนข้างจำกัดในเอกสารวิชาการที่เผยแพร่ แต่ท่านมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายและการบริหารการศึกษาในหลายระดับ
แนวคิดด้านการบริหารการศึกษา
แนวคิดสำคัญเกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษาที่เน้นประสิทธิภาพ และความเป็นธรรม การกระจายอำนาจทางการศึกษา และการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา รวมถึงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา
การพัฒนานโยบายการศึกษา
มีบทบาทในการพัฒนา และผลักดันนโยบายการศึกษาที่มุ่งเน้นความเท่าเทียมและโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยสรุปหลักการสำคัญของนักปรัชญา
- การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
นักปรัชญาการศึกษาทั้ง 5 ท่าน ต่างให้ความสำคัญกับผู้เรียนและความต้องการของผู้เรียน โดยเชื่อว่าการศึกษาต้องออกแบบให้เหมาะสมกับธรรมชาติ ความสนใจ และศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน (พานิช, 2555)
- การพัฒนาแบบองค์รวม
ทุกท่านเห็นพ้องต้องกันว่าการศึกษาต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ และสังคม ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเท่านั้น (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)
- การเชื่อมโยงกับชุมชนและสังคม
นักปรัชญาการศึกษาไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการศึกษากับชุมชนและสังคม โดยเห็นว่าการศึกษาต้องสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และแก้ปัญหาของสังคมได้จริง (อมรวิวัฒน์, 2530)
- การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทุกท่านต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเห็นว่าครูเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (วรพิพัฒน์, 2522)
แนวคิดของนักปรัชญาการศึกษาทั้ง 5 ท่านได้สร้างรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนาการศึกษาไทยในหลายด้าน:
- หลักสูตรการศึกษา
แนวคิดของนักปรัชญาเหล่านี้ได้รับการบูรณาการเข้าสู่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การพัฒนาทักษะการคิด และการเชื่อมโยงกับชีวิตจริง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560)
- การจัดการศึกษาปฐมวัย
แนวคิดของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทย โดยเห็นได้จากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการพัฒนาแบบองค์รวม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560)
- การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
แนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะอาชีพ (สำนักงาน กศน., 2562)
- การพัฒนาครู
แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาครูของนักปรัชญาการศึกษาเหล่านี้ได้รับการนำมาใช้ในการออกแบบการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเน้นให้ครูมีความรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา ทักษะการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และความสามารถในการพัฒนาหลักสูตร (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2561)
- การประกันคุณภาพการศึกษา
แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาที่เน้นคุณภาพและความเป็นธรรมได้รับการพัฒนาต่อยอดในระบบประกันคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา, 2559)
การนำไปสู่การปฏิบัติในการศึกษา
- การปรับใช้ในบริบทที่เปลี่ยนแปลง
สังคมไทยและโลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม การศึกษาจึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในขณะที่ยังคงรักษาแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2563)
- ช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ
แม้ว่าแนวคิดทางปรัชญาการศึกษาจะมีความชัดเจนและมีคุณค่า แต่ในการปฏิบัติจริงยังคงมีช่องว่างระหว่างแนวคิดกับการนำไปปฏิบัติในห้องเรียน ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบสนับสนุนที่เหมาะสมให้กับครูและสถานศึกษา (พานิช, 2560)
- ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
แม้ว่านักปรัชญาการศึกษาไทยจะให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและโอกาสทางการศึกษา แต่ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองและชนบท ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จำเป็นต้องมีนโยบายและมาตรการที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหานี้ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560)
- การพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง
ครูเป็นกลไกสำคัญในการนำแนวคิดทางปรัชญาการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ แต่ครูไทยยังคงต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ โดยเฉพาะในด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน (สำนักงาน ก.ค.ศ., 2562)
แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยจากมรดกทางความคิด
- การบูรณาการภูมิปัญญาไทยกับความรู้สากล
การศึกษาไทยควรสร้างสมดุลระหว่างการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยกับการเรียนรู้จากองค์ความรู้และนวัตกรรมสากล โดยนำแนวคิดของนักปรัชญาการศึกษาไทยมาเป็นรากฐาน และบูรณาการกับแนวคิดการศึกษาที่ทันสมัย (ทิศนา แขมมณี, 2560)
- การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา
จำเป็นต้องมีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อศึกษาประสิทธิผลของการนำแนวคิดทางปรัชญาการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ และเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของไทย (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2561)
- การพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา
การพัฒนาการศึกษาต้องมองในภาพรวมของระบบนิเวศทางการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยหลายองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ นโยบาย หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาครู การประเมินผล และการมีส่วนร่วมของชุมชน ทุกองค์ประกอบต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการศึกษา (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2562)
- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
สอดคล้องกับแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์ การพัฒนาการศึกษาควรเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วม ทั้งครอบครัว ชุมชน ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์การศึกษาที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น (กระทรวงศึกษาธิการ, 2563)
- การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาทักษะการคิด และการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม แต่จำเป็นต้องใช้อย่างมีสติและสอดคล้องกับหลักการทางปรัชญาการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561)
แนวคิดเรื่องหลักสูตรศิลปศึกษา
การพัฒนาแบบองค์รวม (สอดคล้องกับแนวคิดของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล)
ศิลปศึกษาพัฒนาทั้งมิติทางกาย (ทักษะปฏิบัติ การใช้อวัยวะประสานสัมพันธ์)
มิติทางใจ (การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก)
มิติทางสติปัญญา (การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์)
มิติทางสังคม (การทำงานร่วมกัน การเคารพความแตกต่าง)
มิติทางจิตวิญญาณ (การซาบซึ้งในความงาม ค่านิยมทางสุนทรียภาพ)
การเชื่อมโยงกับชุมชนและท้องถิ่น (สอดคล้องกับแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.สุมน อมรวิวัฒน์)
เรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเรียนรู้ศิลปะ
อนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (สอดคล้องกับแนวคิดของดร.โกวิท วรพิพัฒน์)
เคารพความแตกต่างระหว่างบุคคลในการแสดงออกทางศิลปะ
ให้ผู้เรียนมีอิสระในการสร้างสรรค์
ปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง
จุดมุ่งหมายของหลักสูตรศิลปศึกษา
ด้านความรู้และความเข้าใจ เข้าใจองค์ประกอบทางศิลปะ หลักการออกแบบ และกระบวนการสร้างสรรค์
มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะไทยและศิลปะสากล
เข้าใจบทบาทของศิลปะในสังคมและวัฒนธรรม
รู้จักศิลปินและผลงานศิลปะที่สำคัญ
ด้านทักษะและกระบวนการ
มีทักษะในการใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคทางศิลปะ
สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่แสดงออกถึงความคิดและความรู้สึก
มีทักษะการคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
มีทักษะการวิจารณ์และชื่นชมงานศิลปะ
สามารถประยุกต์ความรู้ทางศิลปะในชีวิตประจำวัน
ด้านคุณลักษณะและเจตคติ
มีความซาบซึ้งในความงามของธรรมชาติและงานศิลปะ
เคารพและภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทยและท้องถิ่น
มีความมั่นใจในการแสดงออกทางศิลปะ
เคารพและเห็นคุณค่าในความคิดและผลงานของผู้อื่น
มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม
แนวคิดเรื่องการจัดการเรียนการสอน
ยุคหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ.2521และ2533
– เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ (learning by doing) ได้อิทธิพลจาก John Dewey และแนวทาง Progressive education
– การเรียนการสอนแบบบูรณาการ เชื่อมโยงศิลปะเข้าภาษา สังคมและวัฒนธรรม
– ครูเป็นผู้ถ่ายทอดหลัก
ยุคการเปลี่ยนผ่าน (พ.ศ.2530-2540)
– เริ่มมีอิทธิพลจาก Discilpline based art education
– เน้นสร้างสรรค์
– วิจารณ์
– ประวัติศาสตร์ศิลป์
– สุนทรียศาสตร์
ยุคพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
– ผู้เรียนเป็นสำคัญ Child Center learner ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ใช้ความคิดสร้างสรรค์และแสดงความเห็น
– การเรียนรู้ตลอดชีวิต lifelong learning ศิลปะถูกมองว่าเป็นทักษะที่พัฒนาต่อเนื่องได้ทุกวัย
– Active learning ใช้กิจกรรมศิลปะการแสดง ดนตรี เพื่อกระตุ้นการเรียน
– บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นศิลปะ เน้นศิลปะพื้นบ้านและชุมชน
– การวิจัยชั้นเรียน ครูออกแบบและปรับปรุงวิธีสอนโดยอิงจากผู้เรียน
ลักษณะสำคัญของการสอนศิลปศึกษาในช่วงนี้
– จากครูเป็นศูนย์กลาง สู่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
จากเน้นทักษะฝีมือ เป็น เน้นความคิดสร้างสรรค์/การแสดงออก
จากการสอนวิชาเดียว เน้น การบูรณาการข้ามศาสตร์/วัฒนธรรม
จากท่องจำ เน้น การลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์งานศิลปะ
การเชื่อมโยงทฤษฎีสู่ปฏิบัติ
ทฤษฏี Progressive Constructivism, Holistic Education,DBAE,พุทธปรัชญา,เศรษฐกิจพอเพียง ได้ถูกนำมาใช้จริงในโรงเรียน เช่น
– โรงเรียนรุ่งอรุณ : พุทธปรัชญา + Constructivism
– โรงเรียนปัญญาประทีป : Holistic education
– โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ : Progressivism + DBAE
– โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย : ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สรุป : ศิลปะทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือการเรียนรู้ learning tool และเป้าหมายการศึกษา learning goal
ผลที่ได้ : ผู้เรียนมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ จิตใจสงบ มีวิจารณญาณและทักษะชีวิต
สรุปรายงานโดยรวม: แนวคิดของนักปรัชญาการศึกษาเหล่านี้ยังคงมีความเกี่ยวข้องและเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีความท้าทายในการนำไปสู่การปฏิบัติในบริบทที่เปลี่ยนแปลง แต่หากสามารถบูรณาการแนวคิดเหล่านี้กับความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งสร้างระบบสนับสนุนที่เหมาะสม การศึกษาไทยก็จะสามารถพัฒนาไปสู่คุณภาพและความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน
การศึกษามรดกทางความคิดของนักปรัชญาการศึกษาไทยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ ครู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อให้เข้าใจรากฐานและทิศทางของการศึกษาไทย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 ต่อไป