ปรัชญาและแนวคิดศิลปศึกษา
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 (ปี 1820 - 1918)
คีย์เวิร์ดสําคัญ
“เป็นยุคแรกเริ่มในการวางรากฐานของศิลปะ”
“ช่วงต้นเน้นในการสอนวาดเส้น (Drawing) เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมแขนงต่าง ๆ “
“มีการเกิดของโรงเรียนสอนศิลปะที่มากขึ้น และมีการบรรจุหลักสูตรศิลปะแบบบังคับลงในสถานศึกษา”
“ในช่วงหลังเริ่มมีการปรับให้ผู้เรียนกลายเป็นศูนย์กลางทางการเรียนรู้ แทนที่การเรียนรู้แบบที่ตัวครูเป็นศูนย์กลาง”
บุคคลที่สําคัญ
John Ruskin (1819 -1900)
หนังสือของ John Ruskin
John Ruskin เป็นนักวิจารณ์ศิลปะ นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมชาวอังกฤษ ความสําเร็จครั้งสําคัญครั้งแรกของเขา คือการนําแนวคิดเรื่องความโรแมนติกมาประยุกต์ใช้ในงานวิจารณ์ศิลปะในปีค.ศ. 1843 และได้นําพาจิตรกรรมอังกฤษในศตวรรษที่ 19 และงานวิจารณ์ศิลปะอังกฤษในศตวรรษที่ 19 เข้าสู่แนวทางใหม่ของ Modern art ในปีค.ศ. 1871 ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนวาดภาพที่ Oxford (ปัจจุบัน : Ruskin School of Art) โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อสอนศิลปินแต่เพื่อสอนบุคคลธรรมดา
วิธีการสอนของเขากําหนดให้ผู้เรียนต้องเชี่ยวชาญเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ โครงร่าง การแรงเงา และการใช้สี
ผ่านหลักสูตรที่จัดเตรียมไว้ในการลอกเลียนแบบทั้งงานศิลปะและตัวอย่างจากธรรมชาติ และเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการสังเกต และลงมือทํา
บรรยากาศในห้องเรียนของ John Ruskin
The Political Economy of Art (1857)
Walter Smith (1836–1886)
หนังสือของ Walter Smith
Walter Smith เป็นนักการศึกษาและนักเขียนชาวอังกฤษ ที่มีส่วนช่วยสําคัญในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวาดเส้นในเชิงอุตสาหกรรมในโรงเรียนต่าง ๆ โดยเริ่มจากในปีค.ศ. 1867 ที่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการเรียนการสอนศิลปะ ให้กับรัฐ Massachusetts ณ สหรัฐอเมริกา โดยเน้นในการเรียนการสอนวาดเส้นเรขาคณิต และต่อมาในปีค.ศ. 1873 จึงได้เป็นอาจารย์พัฒนาหลักสูตรศิลปะของโรงเรียน Massachusetts Normal Art School (ปัจจุบัน : Massachusetts College of Art and Design)
แนวทางการสอน
ในช่วงปีค.ศ. 1870 Walter Smith ได้รับการว่าจ้างจากรัฐให้เป็นผู้อำนวยการด้านการศึกษาศิลปะ และนําการวาดภาพไปใช้ในโรงเรียนศิลปะ ประจําเมืองแมสซาชู เขาได้เผยให้เห็นวิธีการสอนที่อิงจากองค์ประกอบและหลักการออกแบบที่เรียบง่าย โดยใช้วิธีการสอนวาดภาพ 6 วิธี ได้แก่
1. การวาดภาพจากสําเนาที่พิมพ์ออกมา
2. การวาดภาพจากกระดานดํา
3. การวาดภาพจากการบอกตามคําบอก
4. การวาดภาพจากความจํา
5. การวาดภาพจากวัตถุ
6. การวาดภาพตกแต่ง
เขาใช้กระดานชนวนส่วนตัว และบัตรขนาดเล็กพร้อมคําแนะนําทีละขั้นตอนสําหรับแต่ละวันในสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดดําเนินไปตามลําดับขั้นตอนเพื่อให้นักเรียนและครูปฏิบัติตาม
เริ่มต้นด้วยเส้น รูปทรงเรขาคณิต และสัดส่วน นักเรียนจะเข้าใจ รู้จัก และสามารถทํางานที่ได้รับมอบหมายได้สําเร็จ นักเรียนได้รับการสอนวิธีวาดภาพและสามารถจดจําสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านความเข้าใจที่ชัดเจนและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง (Salomon, Patricia (2015).A Historical Study of Drawing Instruction.)
1. Art Education (1872)
2. American Text‐books of Art Education
Jean William Fritz Piaget (Jean Piaget) (1896 - 1980)
Jean Piaget เป็นนักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ เขาได้วางรากฐานสําหรับขบวนการปฏิรูปการ
ศึกษาในปัจจุบัน หนังสือเล่มแรกที่เขาเขียนมีเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างพัฒนาการของเด็ก และทฤษฎีความรู้ ความเข้าใจนี้เป็นแก่นสําคัญของสิ่งที่ต่อมาได้กลายเป็น épistémologie génétique ของเขา
ซึ่งมักเรียกกันว่า ญาณวิทยาทางพันธุกรรม
หรือ ญาณวิทยาเชิงพัฒนาการ
ในฐานะทฤษฎีความรู้ทฤษฎีนี้มุ่งเน้นไปที่ต้นกําเนิดหรือกําเนิดของความรู้ ผ่านการพัฒนาตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยรุ่น พร้อมกับการที่เด็กยอมรับอย่างมีเหตุผลในฐานะผู้รู้
ต่อมาเขาได้พัฒนาแนวคิด เรื่อง
stages of cognitive development หรือ พัฒนาการทางสติปัญญาโดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก โดยทําให้แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อรากฐานจิตวิทยาเด็กในภายหลัง
1.ประสาทการรับรู้และการเคลื่อนไหว
2.ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด
3.ขั้นปฏิบัติการคิดแบบเป็นรูปธรรม
4.การปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ
หนังสือของ Jean Piaget
The Psychology Of The Child (1972)
Franz Cižek (1865 - 1946)
Franz Cižek เป็นศิลปิน ครูและนักปฏิรูปการศึกษาชาวออสเตรีย โดยในปีค.ศ. 1897 เขาได้จัดตั้ง
ชั้นเรียนศิลปะสําหรับเยาวชน (Juvenile Art Class /Jugendkunstklasse) เป็นครั้งแรกในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยเปิดสอนให้เด็กโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และในชั้นเรียนดังกล่าวยังมีแนวทางการสอนที่แปลกใหม่ไป
จากขนบดั้งเดิม โดย Franz Cižek จะเน้นให้เด็กแสดงความสามารถของตนเองได้อย่างอิสระเสรี ไม่ต้องมีการฝึกทักษะตามวิธีการสอนแบบดั้งเดิมเน้นการถ่ายทอดจินตนาการและความคิดสร้างสรรคดสร้างสรรค์ให้ออกมา มากกว่าการอยู่ในกรอบ
นอกจากการสอนแบบนอกกรอบแล้ว ในปี ค.ศ. 1908 เอง ตัว Franz Cižek ก็ได้มีกมีารนําผล
งานของนักเรียนไปจัดแสดงที่ The Kunstschau และถือว่าเป็นครั้งแรกที่งานของเด็ก ได้มีการจัดแสดงโชว์เหมือนกับผลงานของศิลปิน และได้มีการจัดแสดงไปหลายที่จนถึงปี ค.ศ. 1924
ภาพการจัดแสดงงานของเด็ก ๆ ในชั้นเรียน
โรงเรียนที่นําหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญามาใช้a
1. Ruskin School of Art ( 1871 – ปัจจุบัน )
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1871 เมื่อ John Ruskin นักวิจารณ์ศิลปะ และนักเขียนชาววิกตอเรีย
ได้เปิดโรงเรียนสอนวาดภาพเป็นครั้งแรก คณะวิชานี้มีความหลากหลายทางรูปแบบ ในฐานะศาสตราจารย์คนแรก
ของมหาวิทยาลัย Oxford John Ruskin ตั้งใจที่จะพัฒนาหลักสูตรสําหรับมหาวิทยาลัยเพื่อนําไปสู่
ปริญญาด้านศิลปะ คณะวิชานี้ประกอบด้วยผลงานการสอนภาพวาดสีน้ํา ภาพวาดเส้น และภาพพิมพ์
กว่า 400 ชิ้น ซึ่งรวมถึงผลงานของ ürer Tintoretto และ Turner เดิมทีตั้งอยู่ในหอศิลป์ของมหาวิทยาลัย
และยังคงดําเนินงานต่อที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และโบราณคดีแอชโมเลียน จนกระทั่งย้ายมาอยู่
ที่ถนนไฮสตรีทในปัจจุบันในปี ค.ศ. 1975 มหาวิทยาลัย Oxford ได้มอบปริญญาตรีสาขาวิจิตรศิลป์(BFA)
เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981 ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 ได้มีการเปิดหลักสูตรปริญญาเอก (DPhil)
และในปี ค.ศ. 2015 ได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทสาขาวิจิตรศิลป์ (MFA) แบบเร่งรัดระยะเวลาหนึ่งปี
2. Massachusetts College of Art and Design (1870 – บัจจุบัน)
ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1870 โดยเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติการศึกษาของมลรัฐ
(The Massachusetts Drawing Act) ที่ต้องการให้โรงเรียนของรัฐสอนศิลปะเป็นรายวิชาที่บังคับในหลักสูตร
เพราะมีแนวคิดที่ว่าศิลปะ เป็นรากฐานสําคัญในการพัฒนาสังคมที่ก้าวหน้า หลักสูตรศิลปศึกษาในช่วงนี้
จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานให้เด็กระดับประถมศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือศิลปะที่มี
ความหลากหลายในโรงเรียนและสามารถทํางานพื้นฐานด้านศิลปะได้ เช่น การร่างภาพ การอ่าน การ
เขียน การร้องเพลง การเล่น และการใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการทํางานศิลปะขั้นพื้นฐาน
Massachusetts College of Art and Design ในบัจจุบัน